เมษายน 6, 2010 at 4:04 am 1 ความเห็น

คงจะฝากบทความในเรื่องของการมอง…การคิด…. มองโลกในแง่ดี   คิดบวก  ทำง่ายนิดเดียว
http://www.kalyanamitra.org/board/index.php
ในหนึ่งวัน เราได้เจอเรื่องราวต่างๆ มากมายทั้งร้ายดีปนกันไป   ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งหลับตานอนอีกครั้ง บางคนก็เจอเรื่องร้ายๆ และเก็บมาคิดมาก จนรู้สึกเหมือนโลกนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่ดี บางคนเจอเรื่องร้ายเช่นกัน แต่กลับมองว่า มันคือประสบการณ์ชีวิตที่สอนให้เราแกร่งและกล้าที่จะเผชิญกับสิ่งที่เลวร้ายกว่าอย่างมีสติ    ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรตระหนักเป็นอย่างยิ่งในสังคมไทยปัจจุบัน เพราะความมืดบอดที่เป็นปมอยู่ในจิตใจของคนหลายๆ คน   กำลังกัดกินความเป็นตัวตนที่แท้จริงและปิดบังสิ่งที่ดีๆ ไว้   จนไม่สามารถจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ได้เลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของมุมมอง   และความคิดต่อสิ่งๆหนึ่ง ถ้าคุณเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้ายมากกว่าที่จะมองอะไรในเชิงบวกนั้น สมองของคุณก็จะส่งความรู้สึกไม่ดีออกมาสู่จิตใจของคุณ ส่งผลให้คุณเกิดภาวะเครียด เมื่อเครียดมากๆ และเป็นระยะเวลานาน โรคไมเกรนก็อาจถามหา โรคหัวใจก็อาจตามมา หรือโรคอื่นๆ ที่คุณคาดไม่ถึง เพียงเพราะมุมมองการใช้ชีวิต ที่สามารถเปลี่ยนคนทั้งคนให้กลายเป็นอีกคนได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว
นี่คือหนึ่งในหลายๆ ผลเสียที่เกิดจากความคิดและการมองโลกในแง่ร้ายเกินไปของคุณ แล้วทำไมไม่ลองหันมามองโลกในแง่ดี เพื่อรักษาสุขภาพจิตและป้องกันการเกิดโรคต่างๆ    ก่อนที่จะสายเกินแก้ดูบ้าง
โดยเริ่มต้นง่ายๆ เพียงให้คุณลองสลับจากคิดแง่ลบอย่างเดียว หรือวิตกจริตอยู่คนเดียว ให้หันมาคิดอีกด้านหนึ่ง เช่น คุณแต่งตัวออกจากบ้านอย่างมั่นใจ   แต่เผอิญไปเห็นสายตาของเพื่อนบ้านกำลังมองคุณอยู่   คุณจะคิดว่าอะไร  ระหว่าง
ข้อ 1. แต่งออกมาได้ไม่รู้จักส่องกระจกซะบ้าง
ข้อ 2. แต่งตัวดูดีจัง
ข้อ 3. แค่มองเฉยๆ ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์อะไร
แน่นอน ถ้าคุณคิดในข้อที่ 1   แสดงความคุณกำลังคิดในแง่ลบ   ในใจของคุณก็จะเกิดความวิตกและไม่มั่นใจ   ส่งผลออกมาทางใบหน้า และสมองก็จะเครียด และหัวใจเต้นเร็ว เพราะคุณเกิดความกลัวนั่นเอง แต่ถ้า     คุณคิดแบบข้อ 2และข้อ 3   เรียกได้ว่าเป็นคนที่คิดบวก ความมั่นใจในตัวเองก็ยิ่งเพิ่มขึ้น    ส่งผลให้คุณยิ้มและก็ยังยิ้มให้คนที่มองคุณอีกด้วย
แค่ให้คุณปรับความรู้สึกหรือการหยุดคิดแทนคนอื่นสักครั้ง มองโลกอย่างมีความสุข คุณก็จะมีความสุข หัวใจของคุณก็จะได้มีเกราะป้องกันเพิ่มอีกหนึ่งชั้น ไมเกรนก็ไม่ถามหา และยังได้ผิวหน้าที่สดใสดูอ่อนกว่าวัยมาเป็นของแถมอีกด้วย     เพราะฉะนั้นแล้ว เรามาเข้าสู่การคิดแบบสุขนิยม คิดอย่างมีความสุข โดยที่ไม่ทำให้ตัวเองหรือผู้อื่นเดือนร้อน และก็คิดในทางที่ถูกที่ควร และที่สำคัญคิดให้เป็น เพราะบางอย่าง ถูกใจอาจไม่ถูกต้อง   สิ่งที่ถูกต้องก็อาจไม่ถูกใจก็ได้

คงจะฝากบทความในเรื่องของการมอง…การคิด…. มองโลกในแง่ดี   คิดบวก  ทำง่ายนิดเดียวในหนึ่งวัน เราได้เจอเรื่องราวต่างๆ มากมายทั้งร้ายดีปนกันไป   ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งหลับตานอนอีกครั้ง บางคนก็เจอเรื่องร้ายๆ และเก็บมาคิดมาก จนรู้สึกเหมือนโลกนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่ดี บางคนเจอเรื่องร้ายเช่นกัน แต่กลับมองว่า มันคือประสบการณ์ชีวิตที่สอนให้เราแกร่งและกล้าที่จะเผชิญกับสิ่งที่เลวร้ายกว่าอย่างมีสติ    ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรตระหนักเป็นอย่างยิ่งในสังคมไทยปัจจุบัน เพราะความมืดบอดที่เป็นปมอยู่ในจิตใจของคนหลายๆ คน   กำลังกัดกินความเป็นตัวตนที่แท้จริงและปิดบังสิ่งที่ดีๆ ไว้   จนไม่สามารถจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของมุมมอง   และความคิดต่อสิ่งๆหนึ่ง ถ้าคุณเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้ายมากกว่าที่จะมองอะไรในเชิงบวกนั้น สมองของคุณก็จะส่งความรู้สึกไม่ดีออกมาสู่จิตใจของคุณ ส่งผลให้คุณเกิดภาวะเครียด เมื่อเครียดมากๆ และเป็นระยะเวลานาน โรคไมเกรนก็อาจถามหา โรคหัวใจก็อาจตามมา หรือโรคอื่นๆ ที่คุณคาดไม่ถึง เพียงเพราะมุมมองการใช้ชีวิต ที่สามารถเปลี่ยนคนทั้งคนให้กลายเป็นอีกคนได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว  นี่คือหนึ่งในหลายๆ ผลเสียที่เกิดจากความคิดและการมองโลกในแง่ร้ายเกินไปของคุณ แล้วทำไมไม่ลองหันมามองโลกในแง่ดี เพื่อรักษาสุขภาพจิตและป้องกันการเกิดโรคต่างๆ    ก่อนที่จะสายเกินแก้ดูบ้าง  โดยเริ่มต้นง่ายๆ เพียงให้คุณลองสลับจากคิดแง่ลบอย่างเดียว หรือวิตกจริตอยู่คนเดียว ให้หันมาคิดอีกด้านหนึ่ง เช่น คุณแต่งตัวออกจากบ้านอย่างมั่นใจ   แต่เผอิญไปเห็นสายตาของเพื่อนบ้านกำลังมองคุณอยู่   คุณจะคิดว่าอะไร  ระหว่าง           ข้อ 1. แต่งออกมาได้ไม่รู้จักส่องกระจกซะบ้าง            ข้อ 2. แต่งตัวดูดีจัง            ข้อ 3. แค่มองเฉยๆ ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์อะไร

แน่นอน ถ้าคุณคิดในข้อที่ 1   แสดงความคุณกำลังคิดในแง่ลบ   ในใจของคุณก็จะเกิดความวิตกและไม่มั่นใจ   ส่งผลออกมาทางใบหน้า และสมองก็จะเครียด และหัวใจเต้นเร็ว เพราะคุณเกิดความกลัวนั่นเอง แต่ถ้า     คุณคิดแบบข้อ 2และข้อ 3   เรียกได้ว่าเป็นคนที่คิดบวก ความมั่นใจในตัวเองก็ยิ่งเพิ่มขึ้น    ส่งผลให้คุณยิ้มและก็ยังยิ้มให้คนที่มองคุณอีกด้วย   แค่ให้คุณปรับความรู้สึกหรือการหยุดคิดแทนคนอื่นสักครั้ง มองโลกอย่างมีความสุข คุณก็จะมีความสุข หัวใจของคุณก็จะได้มีเกราะป้องกันเพิ่มอีกหนึ่งชั้น ไมเกรนก็ไม่ถามหา และยังได้ผิวหน้าที่สดใสดูอ่อนกว่าวัยมาเป็นของแถมอีกด้วย     เพราะฉะนั้นแล้ว เรามาเข้าสู่การคิดแบบสุขนิยม คิดอย่างมีความสุข โดยที่ไม่ทำให้ตัวเองหรือผู้อื่นเดือนร้อน และก็คิดในทางที่ถูกที่ควร และที่สำคัญคิดให้เป็น เพราะบางอย่าง ถูกใจอาจไม่ถูกต้อง   สิ่งที่ถูกต้องก็อาจไม่ถูกใจก็ได้

Entry filed under: แจ้งข่าวสาร. Tags: .

เวลามีค่าเสมอ ปิดเทอมแล้ว

1 ความเห็น Add your own

  • 1. อาทิภา  |  สิงหาคม 5, 2010 ที่ 4:42 pm

    ครูค่ะยังไม่แน่ใจตัวเองเลยค่ะว่าในอนาคตอยากประกอบอาชีพอะไรมีวิธีค้นหาตนเองใหทค่ะ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


เมษายน 2010
พฤ อา
    มิ.ย. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

หมวดหมู่

Blog Stats

  • 8,653 hits

ติดต่อ

Email:long1081009@gmail.com

จำนวนการคลิกสุงสุด

  • ไม่มี

%d bloggers like this: